art (and its values and definitions)

posted on 23 Nov 2009 00:09 by bluespepper

คุณค่าของศิลปะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของศิลปิน หรือ ประสบการณ์ของผู้เสพย์?

 

หรือมันผิดที่ตั้งคำถามนี้

ศิลปะมีสิ่งที่เรียกว่าคุณค่ารึเปล่า?

ถ้ามี มันเป็นคุณค่าที่แท้จริง (absolute) คือมีความงามที่แท้จริงอยู่แล้ว

หรือ คุณค่านั้นจะสัมพันธ์กับผู้สังเกตการ?

 

ถ้าเป็นแบบเหตุผลที่สอง ถ้าไม่มีผู้เสพย์งาน ศิลปะจะไร้คุณค่าหรือไม่?

 

-------------------------------3------------------------------------

ภาพซักภาพ ยกตัวอย่าง Starry Night ของ Van Gogh

ถ้าเราดู อาจจะเห็นว่า เออ สวย สบายตาดี

เพื่อนดู อาจจะเห็นว่า เชี่ยไร มั่วซั่ว วกวน

พวกคลั่ง UFO อาจจะบอกว่า Van Gogh แม่งเห็นจานบิน

แล้วถ้างานชิ้นนี้ถูกเก็บไว้ในห้องมืดๆ ไม่เคยมีใครเห็น งานชิ้นนี้จะมีคุณค่าไหม?

 

แล้วถ้ารูปนี้เขียนโดยศิลปินโนเนม จะดังไหม?

ถ้าไม่ดัง ก็แปลว่างานศิลปะมีค่าเพราะศิลปินหรือ?

 

-------------------------------2------------------------------------

กระบวนการของการชื่นชมงานศิลปะ มีขอบเขตเท่าใด?

นับเอาจากการสัมผัสกับมันครั้งแรก แล้วเกิดความรู้สึกต่องานชิ้นนั้นทันที โดยปราศจากอคติทั้งปวงจากสภาแวดล้อมรอบข้าง (รวมถึงความเห็นของคนรอบข้าง หรือ คอมเมนต์ของศิลปิน) และมิติของเวลา (คือไม่ว่าจะผ่านเวลาไปเท่าใด ความรู้สึกก็ไม่เปลี่ยนไป)?

 

หรือ รวมไปถึงการสัมผัสมันแล้ว... แปลความ ตีความหมาย วิเคราะห์และวิพากย์ ตกผลึก จึงจะถือว่าจบกระบวนการ?

 

ยกตัวอย่างง่ายๆ

ดูหนังมาหนึ่งเรื่อง ดูจบ ได้ข้อคิดแบบนึง (แทนว่า ความคิด A)

แต่ออกจากโรงมาคุยกับเพื่อนอีกสองคนที่นั่งดูด้วยกัน คุยกันแล้วกลับได้ข้อสรุปอีกแบบ (แทนว่า B) ที่หักล้างความคิด A ของเราอย่างสิ้นเชิง โดยที่เราเองก็เห็นด้วยกับข้อสรุป B นี้

 

มันก็ก่อให้เกิดคำถามว่า

1. ตกลง คุณค่าที่แท้จริงของหนังคืออะไร แนวคิด A หรือข้อสรุป B? หรือทั้งสองอย่าง?

2. แล้วแนวคิด A ของเราที่ถูกสรุปว่าผิด ยังจะมีคุณค่าอยู่หรือไม่? แล้วหากตอนหลังผู้กำกับ ออกมาแถลงว่า หนังจะสื่อถึงข้อสรุป C ทั้ง A และ B คืออะไร จะยังมีคุณค่าหรือไม่?

3. ถ้าเป็นเช่นนี้ คุณค่าของหนังต่อตัวเราเองถูกบิดเบือนเพราะการได้ฟังจากคนอื่นหรือไม่? เพราะถ้าเราดูคนเดียว แล้วไม่คุยกับคนอื่น คุณค่าของมันคงหยุดอยู่แค่ที่ A ใช่หรือไม่?

 

แต่หากยอมรับแนวคิดนี้ ก็แสดงว่ากระบวนการในการสัมผัสคุณค่าของงานศิลปะชิ้นหนึ่งไม่มีที่สิ้นสุดใช่หรือไม่?

เพราะประสบการณ์ใหม่ๆ สามารถเข้ามามีผลต่อคุณค่าของงานชิ้นหนึ่งๆได้เสมอ

 

อาจจะมีหนังหรือหนังสือซักเล่ม

ที่ดูหรืออ่านตอนอายุ 16, 25, 32 ,50

แล้วไม่เคยรู้สึกแบบเดียวกันเลย

 

-------------------------------1------------------------------------

งานชิ้นหนึ่งของ Marcel Duchamp ชื่อ The Fountain เค้าเอาโถฉี่มาเซ็นว่า R.Mutt 1917 แล้วจัดแสดง (exhibit) เป็นงานศิลปะ

 

Duchamp ให้เหตุผลที่งานเขาเป็นศิลปะว่า มันมีลายเซ็น(รวมถึงปีที่เซ็น) และคุณฉี่ใส่มันไม่ได้ เพราะมันแขวนอยู่ในหอศิลป์

พูดอีกอย่างก็คือ ผม(ที่เป็นศิลปิน)บอกคุณว่ามันเป็นงานศิลปะ มันก็เป็นงานศิลปะ

ถ้า Duchamp แอบเอาเมจิกไปเซ็น R.Mutt บนโถฉี่ในห้องน้ำจตุจักร มันจะเป็นงานศิลปะไหม?

 

จริงๆแล้ว Duchamp คงอยากจะถามว่า "อะไรคืองานศิลปะ"

 

 

 

ผมเขียนเสร็จ ก็ยังตอบตัวเองไม่ได้

ไม่รู้ว่าตัว Duchamp เองแกตอบได้รึยัง

แล้วคุณหละครับ

 

 

อะไรคืองานศิลปะ??

fall, fell, fallen

posted on 17 Nov 2009 00:38 by bluespepper
how many seconds one needs to fall in love?

loneliness

posted on 29 Oct 2009 02:04 by bluespepper

ความเหงา...

คืออะไร?

หลังจากที่ได้ยินมาจากคนรอบข้าง

และโดนกับตัวเอง

 

มานั่งคิดดู

แม่งต้องมีนัยอะไรซักอย่าง

 

น้องคนนึงบอกว่าได้ยินเพื่อนหลายๆคน ช่วยกันพูดว่า "เหงา" ทุก 10 นาที

...

เอ้อ ตีความได้สองอย่าง...

1. Murphy's law : กฎการเลือกจำ

2. ความเหงามันมีประโยชน์ เลยถูกคัดสรรมาทางพันธุกรรม

 

 

ข้อแรก

สำหรับน้องที่บ่น

พอเพื่อนบ่นว่า "เฮ้ย แฟนเรื่องมากหวะ งอนอีกแล้ว"

ไม่ได้จำ

แต่พอเพื่อนบอกว่า "เฮ้ย เหงาหวะ"

ดันจำ ว่าเพื่อนบอกว่าเหงา

แต่ผมว่าไม่ใช่

เวลาเหงาๆมันไม่ค่อยได้ฟังไอ้พวกมีแฟนหรอก

ทำไมหรอ?

...ฟังไปแม่งยิ่งเหงา

ดังนั้น ทฤษฎีแรกเป็นอันตกไป

 

มาที่ทฤษฎีสอง

สืบทอดยีนส์ความเหงา..

คือพวกที่มันไม่เหงาคงตายไปหมดแล้ว

...ตายหมด ไม่ได้มีโอกาสสืบพันธุ์

อาจจะเพราะมันไม่ยอมเหงากันเลยพลาดไป

...ยีนส์คนไม่เหงาเลยสูญพันธุ์ไปกับพวกเขาเหล่านั้นด้วย...

 

 

 

เหลือแต่ไอ้พวกที่มันนั่งเหงาๆ ได้สืบพันธุ์ สืบยีนส์ต่อๆกันมา

ตกทอดมายังลูกๆที่น่าสงสารของพวกมัน

 

กลายเป็นปู่ ย่า ตา ยาย

ถ่ายมาให้พ่อ แม่

 

...สุด ท้าย แม่งตกมาที่กู

 

ใช่ ที่กู

 

 

...เหงา..หวะ..

 

 

ปล. เมื่อไหร่คนเราจะตัดต่อพันธุกรรมได้นะ

 จะได้ตัดมันไปให้หมดๆซักที..

 

ซักที..

 

..เหอะนะ